วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

+ Journal 26/01/12+

E-learning courseware       
บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Courseware) เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ถูกออกแบบให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตอบสนองการเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือการเรียนการสอนออนไลน์ Online ซึ่งลักษณะการเรียนการสอนออนไลน์ Online นั้นเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ดังนั้นสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะต้องได้รับการออกแบบตามหลักการและทฤษฎีทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีทางด้านการศึกษา และด้านจิตวิทยา โดยยึดหลักการออกแบบตามกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน (Instructional Design) เพื่อเป็นสื่อที่มีความเหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างด้านบุคคล ซึ่งสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องมีความน่าสนใจ สามารถกระตุ้นเร้าความสนใจแก่ผู้เรียน มีส่วนการออกแบบกิจกรรมซึ่งผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับเนื้อหา (Interactive)  รวมทั้งมีส่วนของแบบฝึกหัดและแบบทดสอบให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจและเป็นการทบทวนความรู้ โดยหลักการเรียนรู้ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความต้องการแต่ละบุคคล
อนาคตของระบบการศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์
          สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับการศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโตและเป็นที่แพร่หลายก็คือ การที่ระบบเครือข่ายมีเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอระบบ การเรียนการสอนที่น่าสนใจเช่น การใช้เสียงส่งสัญญาณวีดีโอตามความต้องการ ( Video on demand) และการประชุมผ่านสัญญาณวีดีโอ ในขณะเดียวกันก็ให้บริการที่เชื่อถือได้
ประเภทของe-learning แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม
          1. Synchronous - ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ในเวลาเดียวกัน เป็นการเรียนแบบเรียลไทม์ เน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง เช่นห้องเรียนที่มีอาจารย์สอนนักศึกษาอยู่แล้วแต่นำไอทีเข้ามาเสริมการสอน
          2 . Asychronous- ผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้อยู่ในเวลาเดียวกันไม่มีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ เน้นศูนย์กลางที่ผู้เรียนเป็นการเรียนด้วยตนเองผู้เรียน เรียนจากที่ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต โดยสามารถเข้าไป ยังโฮมเพจเพื่อเรียน ทำแบบฝึกหัดและสอบ มีห้องให้สนทนากับเพื่อร่วมชั้นมีเว็บบอร์ดและอีเมล์ให้ถาม คำถามผู้สอน แต่ละประเภทก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป
          ข้อดี ของ Synchronous คือ ได้บรรยากาศสด ใช้กับกรณีผู้สอนมีผู้ต้องการเรียนด้วยเป็นจำนวนมาก และสามารถประเมินจำนวนผู้เรียนได้ง่าย
          ข้อเสีย ของ Synchronous คือ กำหนดเวลาในการเรียนเองไม่ได้ต้องเรียนตามเวลาที่กำหนดของคน กลุ่มใหญ่
          ข้อดี ของ Asynchronous คือ ผู้เรียน เรียนได้ตามใจชอบ จะเรียนจากที่ไหน เวลาใด ต้องการเรียน อะไรหรือให้ใครเรียนด้วยก็ได้
          ข้อเสีย ของ Asynchronus ไม่ได้บรรยากาศสด การถามด้วย chat หรือเว็บบอร์ดอาจไม่ได้รับการตอบ กลับ E – learning ในสถานศึกษา สามารถใช้ได้กับสถานศึกษา เริ่มจากที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ให้นักศึกษา รับการบ้าน ส่งการบ้านทางอินเทอร์เน็ต มีการพัฒนานำเนื้อหาไว้ที่โฮมเพจของมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาเข้า มาเรียนจากบ้านได้
Knowledge Types
          - Factual Knowledge  ความรู้เรื่องจริงทั้งหมด เช่น คำนิยาม ตำศัพท์ ส่วนประกอบ
- Conceptual Knowledge  ความรู้เชิงมโนทัศน์ การวัดระบบ ระเบียบจัดชั้นเรียน
- Procedural Knowledge  ความรู้ที่รู้ว่าจะทำอะไร อย่างไร วิธีทั่วไปใช้อย่างไร
- Metacognitive Knowledge  รู้ว่ากระบวนการเป็นอย่างไร รู้ว่าเรารู้อะไร ไม่รู้อะไร ความรู้ที่รู้ว่าจะหาความรู้เพิ่มเติมที่ไหน
การออกแบบ Learning Activities & Interaction
Level1: Passive
Level2: Limited Interaction
Level3: Complex Interaction
Level4:Real-time Interaction

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

+ WoRk 4 + "Date 19/1/12"

ส่วนที่ 1 : สรุปเนื้อหา หน้า 11-19
องค์ประกอบของ e-Learning
1.ใช้งานง่าย  การออกแบบ E-Learning  ที่ดีจะต้องมีการสร้างองค์ความรู้ที่ดี  คุณภาพและประสิทธิภาพของ E-Learning  จะต้องมีการสร้างประเด็นการเรียนรู้  มีการโต้ตอบ  การประเมินตามสภาพการใช้งานที่ง่าย
2.มีปฏิสัมพันธ์  มีกิจกรรมการเรียนการสอน  ต้องออกแบบให้ผู้เรียนสามารถสอบถามได้    ควรที่จะมีทรัพยาการที่ออนไลน์  มีผู้สอนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ออนไลน์และสามารถตอบคำถามของผู้เรียนได้  มีส่วนที่คอยสนับสนุน  และผู้ที่คอยอำนวยความสะดวก
3.ให้มีผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย  ใช้หลักสูตราภายนอกและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์โดยตรง  ผ่านทาง Internet  ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผู้เรียน
4.การเรียนรู้แบบผู้เรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้  มีการอธิบาย  แลกเปลี่ยน  และการสื่อสารความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  ผู้เรียนสามารถทำงานและเรียนรู้ไปด้วยกันได้   สามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายและพัฒนาไปสู่สังคม  การสื่อการ  คิดวิเคราะห์  ภาวะผู้นำ  รวมทั้งมีการประเมินตนมสภาพจริงและเป็นการเรียนแบบร่วมมือกัน  ตัวหลักสูตรสามารถที่จะมีการออกแบบให้มีสภาพการเรียนรู้ตามสภาพจริงได้
5.จัดได้ตามสภาพจริง  ให้สามารภที่จะออกแบบเหมือนโลกของความเป็นจริงได้
6.การควบคุมผู้เรียน  ต้อมมีการค้ดกรองนักเรียนก่อนโดยให้มีกิจกรรมอภิปรายและสังเกตผู้เรียน  มีการควบคุมระยะเวลา  หัวข้อ  และผลจากการเรียน  รวมถึงสื่อต่าง ๆ ที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้  สิ่งที่อำนวยความสะดวกของผู้เรียนจะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น
กรอบแนวคิดของ E-Learning
E-learning เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ ไม่เฉพาะผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้สอน ผู้ฝึกอบรม
ผู้ดูแลระบบ นักเทคนิค คณะผู้ให้บริการสนับสนุน และสถาบัน ระบบการศึกษาแบบดั้งเดิม จะมีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ชั้นเรียนแบบเผชิญหน้ากัน และผู้สอนเป็นนำความรู้มาให้ แต่ E-learning เป็นวิธีการใหม่ที่ในการเรียนการสอนที่ผู้เรียนผู้สอน และคณะผู้สนับสนุน ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน รูปแบบการสอนแบบดั้งเดิมจะเป็นแบบระบบปิดในขณะที่ E-learning เป็นแบบระบบเปิด สภาพการเรียนรู้ จะเป็นแบบเปิดมีความยืดหยุ่นและแพร่หลายกรอบแนวความคิดของ E-learning ประกอบด้วย 8 มิติ ได้แก่
- มิติสถาบันการศึกษา จะเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหน่วยงานการศึกษา และการให้บริการผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน
- มิติด้านการจัดการ จะแสดงถึงวิธีการดำเนินการจัดการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และกระจายข้อมูลสารสนเทศ
- มิติด้านเทคโนโลยี จะตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีของสภาพแวดล้อม E-learning รวมทั้งการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
- มิติด้านการเรียนการสอน เกี่ยวข้องกับการสอนและการเรียนรู้ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เนื้อหา ผู้เรียน สื่อการสอน การออกแบบ องค์กร การจัดการ และกลวิธีการเรียนรู้
- มิติด้านจริยธรรม จะมีความสัมพันธ์กับอิทธิพลทางสังคมและนโยบาย ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความลำเอียง ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ความแตกต่างระหว่างผู้เรียน
 - มิติด้านการออกแบบหน้าจอ จะเกี่ยวข้องกับลักษณะในภาพรวมและการใช้โปรแกรม E-learning มิติด้านการออกแบบหน้าจอ จะรวมถึงการออกแบบในแต่ละจอภาพ การออกแบบเนื้อหา ตัวนำทางความสามารถในการเข้าถึง และการทดสอบ
- มิติด้านแหล่งทรัพยากรที่สนับสนุน จะตรวจสอบทรัพยากรและการสนับสนุนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
- มิติด้านการประเมินผล จะเป็นการประเมินผลทั้งผู้เรียน และการประเมินผลสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน

ส่วนที่ 2 : ตอบคำถาม Questions to Consider Page.18
1. นอกจากส่วนประกอบของ E-Learning ที่กล่าวไว้คุณคิดว่ามีอย่างอื่นอีกหรือไม่ 
-          บุคลากรที่เกี่ยวข้อง   บุคลากรควรได้รับการพัฒนา โดยพัฒนาทั้งผู้เรียนและผู้สอนไปด้วยกัน และให้ทุกคนใช้งานระบบ e-Learning ได้และใช้เป็น
2.  นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวไว้น่าจะมีอย่างอื่นอีกหรือไม่
                   1.Anywhere, Anytime and Anybody คือ ผู้เรียนจะเป็นใครก็ได้ มาจากที่ใดก็ได้ และเรียนเวลาใดก็ได้ตามความต้องการของผู้เรียน เพราะหน่วยงานได้เปิดเว็บไซต์ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งบริการจัดทำเป็นชุด CD เพื่อใช้ในลักษณะ Offline ให้กับโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่สนใจ แต่ยังไม่พร้อมในระบบอินเทอร์เน็ต
                   2.Multimedia สื่อที่นำเสนอในเว็บ ประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ตลอดจนวีดิทัศน์ อันจะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
                   3.Non-Linear ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเนื้อหาที่นำเสนอได้ตามความต้องการ
                   4.Interactive ด้วยความสามารถของเอกสารเว็บที่มีจุดเชื่อม (Links) ย่อมทำให้เนื้อหามีลักษณะโต้ตอบกับผู้ใช้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว และผู้เรียนยังเพิ่มส่วนติดต่อกับวิทยากรผ่านระบบเมล์ ICQ, Microsoft Messenger และสมุดเยี่ยม ทำให้ผู้เรียนกับวิทยากรสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนที่ 3 : สรุปหน้า 23-25
การจัดการบริหาร  ฝ่ายบริหาร
การจัดการบริหาร  E-Learning  ของฝ่ายบริหารต้องมีการประเมินความต้องการ  ความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร  ต้องดูในเรื่องของงบประมาณ  ผลการตอบแทน  หุ้นส่วนของสถาบันอื่นๆ  โปรแกรมและรายวิชาต่างๆ การตลาดรวมทั้งการแสวงหา  การแข่งขันอื่นๆ ด้วย  ซึ่งความพร้อมต่างๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนโดยมองหุ้นส่วน  Program  หลักสูตร  อุปกรณ์สื่อต่างๆ 
- การประเมินความต้องการจำเป็น ความต้องการของผู้ที่จะมารับมือกับโปรแกรมและหลักสูตร  E-Learning   จะต้องมีการวางแผนทางการตลาด  ในทางการศึกษาต้องการที่จะให้มีผู้เข้ามาเรียนซึ่งต่างจากทางธุรกิจที่หวังผลกำไร  มีการเปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายทั้งระยะสั้นและระยะยาว
- การประเมินความพร้อม จะต้องมีการเตรียมความพร้อมที่จะนำ E-Learning เข้ามาใช้มีการสำรวจสถานะความพร้อมของตนเองก่อน  รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย   การกระจาย  ความยืดหยุ่น  สภาพแวดล้อมของ E-Learning  เทคโนโลยี  การควบคุม  บุคลากร  และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- การเตรียมความพร้อมทางการเงิน สถาบันควรที่จะพิจารณางบที่จะสนับสนุนทาง E-Learning ด้วยว่ามีเพียงพอหรือไม่  และต้องมองไปถึงการใช้งบประมาณในระยะยาวด้วยว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด
- การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถาบันมีแผนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีที่สนับสนุนดีหรือไม่  มีการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานของบุคลากร  อุปกรณ์  และเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด
- การเตรียมความพร้อมทางวัฒนธรรม เมื่อผู้เรียนต้องเป็นผู้ที่เรียนรู้ด้วยตนเอง  ผู้เรียนจะสามารถควบคุมตนเองได้มากน้อยเพียงใดที่จะไม่ดูหนังสือเวลาทำแบบทดสอบ  ซึ่งก็หมายถึงวัฒนธรรมที่แต่ละที่รวมถึงจริยธรรมที่ผู้เรียนควรที่จะมีในการเรียนรู้โดยผ่านทาง  E-Learning
- การเตรียมความพร้อมในเนื้อหา เนื้อหาที่อยู่ใน E-Learning  ส่วนใหญ่จะเป็นพวกข้อความ  รูปภาพ  ภาพเคลื่อนไหว  วีดิโอ หรือ Animation  ต่างๆ  จะต้องเป็นเนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย  ไม่มากจนเกินไปซึ่งอาจทำให้ผู้เรียนเบื่อในการอ่านหรือศึกษาได้  จึงเป็นสิ่งที่กระชับสามารถทำความเข้าใจได้ตรงตามเป้าหมาย

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

+ WoRk 3 + "conclude page 1-10"

e-Learning

  คำว่า e-Learning คือ การเรียน การสอนในลักษณะ หรือรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งการถ่ายทอดเนื้อหานั้น กระทำผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งการเรียนลักษณะนี้ได้มีการนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในระยะหนึ่งแล้ว เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยซีดีรอม, การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning), การเรียนออนไลน์ (On-line Learning) การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ การเรียนด้วยวีดีโอผ่านออนไลน์ เป็นต้น
      ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า e-Learning กับการเรียน การสอน หรือการอบรม ที่ใช้เทคโนโลยีของเว็บ(Web Based Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมถึงเทคโนโลยีระบบการจัดการหลักสูตร (Course Management System) ในการบริหารจัดการงานสอนด้านต่างๆ โดยผู้เรียนที่เรียนด้วยระบบ e-Learning นี้สามารถศึกษาเนื้อหาในลักษณะออนไลน์ หรือ จากแผ่นซีดี-รอม ก็ได้ และที่สำคัญอีกส่วนคือ เนื้อหาต่างๆ ของ e-Learningสามารถนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia Technology) และเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบ (Interactive Technology)
การเรียนแบบดั้งเดิมกับการเรียนแบบ E –Learning
   การเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทางความคิดได้มากกว่าการฟังการบรรยายในห้องเรียน เนื่องจากเป็นการสื่อสารแบบสองทางและมีรูปแบบของการเรียนการสอนที่หลากหลาย การศึกษาทางไกล (distance learning) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะกระตุ้นและเอื้อให้เกิดการวิพากษ์อย่างมีเหตุผล(critical reasoning) มากกว่าการศึกษาในห้องเรียนแบบเดิม เพราะจะมีการปฏิสัมพันธ์ทางความคิดระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง นอกจากนี้ ยังมีรายงานการศึกษาพบว่านักศึกษาทางไกลระบบออนไลน์(online students) ได้มีการติดต่อกับผู้เรียนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนมากกว่า เรียนรู้ด้วยความสนุกมากกว่า ให้เวลาในการทำงานในชั้นเรียนมากกว่า มีความเข้าใจสื่อการสอนและการปฏิบัติมากกว่าผู้เรียนที่ได้รับการสอนในชั้นเรียนแบบเดิมโดยเฉลี่ยร้อยละ 20 บทเรียน e - Learning ทำให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนการสอนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการต่อยอดความรู้ หรือทำให้เกิดความคิดใหม่ ๆ และการสร้างนวัตกรรมอันเป็นปัจจัยในการแข่งขันที่สำคัญมากที่สุดในการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ทีเดียว
คุณสมบัติและองค์ประกอบของ E-learning

E-learning ต้องอาศัยการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกันหลายฝ่าย จากแผนภูมิด้านบน จะพบว่า การจัดระบบ E-learning นั้น อย่างน้อยที่สุดควรประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 7 ส่วนคือ
1. กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย การวิเคราะห์หลักสูตร กำหนดผลการเรียนรู้หรือจุดประสงค์ กำหนดเนื้อหากำหนดกิจกรรม และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2. ระบบเครือข่าย ประกอบด้วยการวางระบบเครือข่ายภายใน (Intranet) และระบบเครือข่ายภายนอก(Internet) ให้เชื่อมโยงทั่วถึงกัน
3. สื่อการเรียนรู้ ประกอบด้วยสื่อการเรียนชนิดต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว
4. การติดต่อสื่อสาร ประกอบด้วยวิธีการติดต่อสื่อสารแบบต่าง ๆ ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน
5. บุคลากร ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ดูแลระบบ ผู้พัฒนาโปรแกรม ครูผู้สอน และช่างเทคนิค หรืออาจรวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาอื่น ๆ ร่วมด้วย
6. ผู้เรียน จะต้องมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย
7. แหล่งเรียนรู้ ซึ่งครูผู้สอนจะต้องศึกษา จัดหา เตรียมไว้สำหรับผู้เรียนให้สามารถศึกษา สืบค้น ได้โดยสะดวกเหมาะสมเพียงพอ

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

+ WoRk 2 + "Example E-Learning"

ตัวอย่างเว็บไซต์ E-Learning ที่น่าสนใจ



     1.  การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ สังคมออนไลน์สำหรับคนที่สนใจ ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ สมาชิกสามารถแบ่งปันความรู้ เขียนบล๊อก โพสต์คลิปวิดีโอความรู้ นอกจากนี้ ยังมีข้อสอบต่างๆ, อีเลินนิ่งกวดวิชา โดยไม่ ต้องไปเดินทางเรียนเสริมนอกบ้าน




    2.  TCU โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย เว็บไซต์นี้จะมีบทเรียนออนไลน์ (e-Learning) สื่อการเรียนการสอน (Learning Resources) และห้องสมุดออนไลน์ (e-Library) ใน TCU จะเป็นแหล่งค้นคว้า อ้างอิง สื่อการเรียนการสอน บทเรียนเสริม สำหรับผู้เรียน/นักศึกษาทุกท่าน เพียงแต่ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับ TCU
    ขั้นตอนการสมัครเรียน


          2.1  สมัครสมาชิก
 

          2.2  กรอกข้อมูล

          2.3 กด "เข้าสู่ระบบ"

          2.4 หลังจากเข้าสู่ระบบ จะปรากฎหน้าหลัก

          2.5 เลือกวิชาเรียน กด "ลงทะเบียน"


          2.6 วิชาที่ลงทะเบียนคือ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น เรื่อง Shopping

                       จุดประสงค์ ที่ลงเรียนวิชานี้คือ เพื่อให้ฝึกการสนทนาภาษาอังกฤษ

         

       


    

+ Journal 5/01/12+

    อาจารย์ได้พูดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ mis เช่น เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ระบบต่างๆ เป็นต้น  โดยอธิบายพร้อมวาดไดอะแกรมประกอบ และได้อธิบายถึงงานที่ต้องสร้าง E-Learning ของตัวเองว่าต้องมีลักษณะหรือส่วนประกอบอะไรบ้าง ส่วนประกอบที่ควรจะมีคือ คำชี้แนะบทเรียน เนื้อหา ข้อสอบ หรือแบบฝึกหัดผลวัด
    จากนั้นอาจารย์พูดเกี่ยวกับงานที่ได้สั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  โดยสุ่มเปิดBlog ดู และได้อธิบายเพิ่มเติมด้วย เกี่ยวกับประเภทของ E-Learning
    1. Flexible Learning–FL:  การเรียนแบบยืดหยุ่นเป็นการเรียนที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกวัย โดยไม่ต้องมานั่งเรียนในห้องเรียน
    2.Mobile Learning:  การเรียนรู้โดยผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ สามารถพกพาได้ เช่น i-phone ,i-pod ,i-pad เป็นต้น
    3.Blended Learning/Hybrid Solutions:  การเรียนแบบผสมผสาน คือ รวมรูปแบบการเรียนการสอน วิธีการเรียนการสอน การเรียนแบบออนไลน์ และรูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียน ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
    4.Mentored Learning:  เป็นการให้ผู้ที่มีความสามารถหรือเป็นที่ยอมรับ หรือผู้บริหารในหน่วยงานให้คำปรึกษาและแนะนำช่วยเหลือรุ่นน้อง
    5.Life Long Learning:  การรับรู้ความรู้ ทักษะ และเจตคติ ตั้งแต่เกิดจนตายจากบุคคลหรือสถาบันใดๆ

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

+ WoRk 1 + "Mobile Learning"


M-Learning (mobile learning) คือ การจัดการเรียนการสอนหรือบทเรียนสำเร็จรูป (Instruction Package) ที่นำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีไร้สาย (wireless telecommunication network) และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่และทุกเวลา โดยไม่ต้องเชื่อมต่อโดยใช้สายสัญญาณ ผู้เรียนและผู้สอนใช้เครื่องมือสำคัญ คือ อุปกรณ์ประเภทเคลื่อนที่ได้โดยสะดวกและสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องใช้สายสัญญาณแบบเวลาจริง ได้แก่ Notebook Computer, Portable computer, Tablet PC, Cell Phones ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน




กระบวนการเรียนรู้ของ M-Learning ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ

ขั้นที่ 1 • ผู้เรียนมีความพร้อม และเครื่องมือ
ขั้นที่ 2 • เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย และพบเนื้อหาการเรียนที่ต้องการ
ขั้นที่ 3 • หากพบเนื้อหาจะไปยังขั้นที่ 4 แต่ถ้าไม่พบจะกลับเข้าสู่ขั้นที่ 2
ขั้นที่ 4 • ดำเนินการเรียนรู้ ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในเครือข่าย
ขั้นที่ 5 • ได้ผลการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
ข้อดีของ M-Learning
          1. การใช้ m-Learning สามารถใช้ได้ทุกสถานที่และทุกเวลา ถึงแม้สถานที่นั้น จะไม่มีสายสัญญาณให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นการแก้ไขปัญหาในการเรียนแบบ Location Dependent Education
          2. อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อแบบไร้สายส่วนมาก มักมีราคาต่ำกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และมีขนาด น้ำหนักน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป ทำให้สะดวกในการพกพาไปในสถานที่ต่างๆ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนสถานที่ใด เวลาใดก็ได้          
          3. จำนวนผู้ใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่มีจำนวนมาก และใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน หากนำอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีไร้สายมาใช้ในการจัดการเรียน การสอนก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางและจำนวนผู้เรียนได้                     
          4. การเรียนในรูปแบบ m-Learning เป็นการเรียนรู้แบบเวลาจริง เนื้อหามีความยืดหยุ่นกว่าบทเรียนแบบ e-Learning ทำให้การเรียนรูได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีกว่า e-Learning            
          5. ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนหรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ทันที เช่น การส่งข้อความ การส่งไฟล์รูปภาพ หรือแม้กระทั่งการสนทนา แบบเวลาจริง (Real time)            
          6. มีค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าบทเรียนที่นำเสนอผ่านไมโครคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
          ข้อจำกัดของ M-Learning                        
          ข้อจำกัดของโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังคงมีอยู่บ้าง ซึ่ง แมคลีน (McLean, 2003) ได้กล่าวถึงอุปกรณ์สำคัญในการจัดทำโปรแกรม สำหรับ การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันอยู่บนพื้นฐานความสามารถของตัวเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่เอง สามารถสรุปได้ดังนี้
          1. หน่วยความจำที่จำกัดและการติดตั้งโปรแกรมเป็นอุปสรรคหลัก อุปกรณ์แบบเคลื่อนที่ ส่วนมากมีขนาดหน่วยความจำมีความจุน้อยกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป ทำให้มีข้อจำกัดในการจัดเก็บไฟล์ประเภทมัลติมีเดีย
          2. จอภาพแสดงผลของอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก โดยเฉพาะในโทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่สามารถแสดงข้อมูล สารสนเทศ ให้ผู้เรียน เห็นได้อย่างชัดเจน
          3. การเชื่อมต่อสัญญาณทำได้เป็นพัก ๆ ไม่สามารถติดต่อได้นาน เครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายมีความเร็วต่ำ เป็นอุปสรรคสำคัญในการเรียนแบบ M-Learning เพราะไม่สามารถใช้สื่อประเภทมัลติมีเดียขนาดใหญ่
          4. การปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มอุปกรณ์ในอุปกรณ์แบบเคลื่อนที่ ทำได้ยากกว่าคอมพิวเตอร์
          5. การเชื่อมโยงระบบการจัดการเรียนการสอนหรือระบบการวางแผนยังเพิ่งเริ่มการพัฒนา
          6. การผลิตเพื่อนำไปใช้มักเกิดปัญหากับเจ้าของโปรแกรม
          7. การส่งข้อมูลข้ามระหว่างบราวเซอร์กับรูปแบบหน้าจอมือถือยังเป็นไปไม่ได้
          8. โปรแกรมที่มีอยู่ไม่ง่ายที่จะนำไปปรับใช้กับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่
          9. ต้นทุนเริ่มต้นในการผลิตยังมีมูลค่าสูง
          10. ช่องทางที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปได้ยาก
          11. การรักษาความปลอดภัยข้อมูลก็ยังมีปัญหาอยู่
          12. ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงข้อมูลในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังสูงอยู่    
          13. แบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟของอุปกรณ์เคลื่อนที่มีระยะเวลาที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
          14. การอนุญาตหลายแบบต้องเจรจาเพื่อจะให้เข้าถึงข้อมูลได้
          15. การพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังมีอยู่ต่อเนื่องไม่คงที่และไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการพัฒนาโปรแกรมไปสู่จุดใด 
บทบาทของ M-Learning กับการศึกษา
โดยสรุปแล้ว M-Learning เข้ามามีบทบาทต่อการศึกษาโดยช่วยเข้ามาส่งเสริมให้การศึกษาเป็นไปได้ง่ายขึ้นและทั่วถึง ทำให้ผู้ศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วทุกที่ทุกเวลา M-Learning เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับการนำมาพัฒนาควบคู่ไปกับการศึกษาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และบทบาทของ M-learning ต่อการศึกษาในอนาคตจะยิ่งมีมากขึ้น เพราะได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และด้วยการพัฒนานั้น จะทำให้สามารถลดข้อด้อยและเพิ่มข้อดีของ M-learning ได้มากขึ้น และจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษามากยิ่งขึ้นไป


อ้างอิง: